Archive for the ‘slot online’ Category

ดูแลสมอง ให้แจ๋วเสมอ

Feb 06

ได้ยินคนทำงานรวมทั้งนิสิตนักศึกษาชอบบ่นกันบ่อยๆ ว่า สมองไม่แล่น, ไม่มีสมาธิทำงาน และไม่มีสมาธิเรียนหนังสือ แถมยังขี้ลืมเป็นประจำ ทั้งที่บางวันก็ไม่เห็นวุ่นวายอะไร แต่อดงงงันจนตั้งสติไม่ถูกว่าควรทำอะไรก่อนหรือหลังยังไงดี? โอ้ย สับสนกับชีวิตจังโว้ย

แต่อย่าเอะอะโวยวายไปท่าน เพราะใครๆ ก็เผชิญกับอาการเหล่านี้ได้ทุกคน เพียงแต่อย่าปล่อยให้มันกำเริบเสิบสาน และฟุ้งซ่านเกินไปละกัน เพราะ “สมอง” น่ะเป็นสิ่งสำคัญของการดำรงชีวิต ย่อมรู้ๆ กันอยู่ ดังนั้นถ้าพวกเราสามารถขจัดนิสัยไม่ชอบมาพากล (หมายถึงนิสัยซังกะบ๊วยของตัวเอง) ที่ส่งผลกระทบต่อสมองได้ ก็เท่ากับพวกเราเริ่มเอาใจใส่กับสมองกันแล้วอ่ะดี้

แล้วมีอะไรมั่งเหรอ ที่มนุษย์มักเผอเรอทำให้สมองตัวเองอักเสบจนทำงานขัดข้องและมีความคิดติดขัด รวมทั้งขาดความคิดสร้างสรรค์น่ะ ฮึ่ม คำตอบก็อยู่ตรงที่พวกเรามักมีพฤติกรรมที่ไปรบกวนการทำงานของสมองจนทำให้ตัวเองปํ้าๆ เป๋อๆ เอาน่ะซี เช่น ทำอย่างงี้ไง…

1. ชอบคิดในแง่ร้าย

หากใคร “คิดดี” กับคนอื่นไม่เป็นก็น่าสงสารนะ เพราะเท่ากับมีความคิดที่ทำลายตัวเองไงจ๊ะ แต่พูดนี่ก็ไม่อยากแนะให้มองโลกในแง่ดีเสมอไปเหมียนกัน เพราะโลกนี้มีคนมากมายที่พวกเรามักรู้หน้าแต่ไม่รู้ใจ แถมภัยอันตรายก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม จึงอยากฝากให้รู้จักคิดในทางสายกลางเข้าไว้ และใช้สมองอย่างมีเหตุผลจะดีมากๆ เลย

2. ไม่ทานอาหารเช้า

เข้าใจนะว่าบางท่านพอตื่นขึ้นมาก็ไม่อยากรีบทานอาหารกันหรอก จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เพราะทานไม่ลง, ไม่เจริญอาหารในช่วงเวลานี้ หรือชอบหันไปทานเยอะๆ เวลาอื่นมากกว่า จึงอยากแนะนำให้ทานอาหารเช้าติดท้องไว้บ้างสักนิดสักหน่อยก็ยังดี ขืนไม่ทานเลยแล้วจะมีสารอาหารไปเลี้ยงสมองได้ไง อีกอย่างหากเมินอาหารเช้านานๆ เข้า ระวังเซลล์สมองฝ่อเอานะ

3. การสูบบุหรี่หรือดื่มเบียร์ดื่มเหล้า

คงไม่ต้องบอกก็ทราบใช่มะว่าไม่ดีต่อสมองแน่ๆ

4. อยู่ท่ามกลางอากาศเป็นพิษ เป็นอันตรายกับสมองนะ

โอ้ย ถ้ายิ่งอยู่บนท้องถนนที่มีรถพลุกพล่าน มีการปล่อยก๊าซที่ไม่ได้เป็นประโยชน์อะไรต่อสุขภาพของพวกเรานานๆ ย่อมทำให้หงุดหงิด, อารมณ์บ่จอย และวิงเวียนมึนหัวด้วยน่ะซี ยิ่งถ้ามีมลพิษทางอากาศเยอะ ไม่ใช่แค่สมองเท่านั้นนะที่โดนกระทบ แต่สุขภาพในด้านอื่นๆ ก็พลอยชีช้ำไปด้วย

5. พักผ่อนน้อยก็ทำให้ร่างกายอ่อนแอ

จึงควรนอนหลับให้พอ แต่โห ช่วงที่เศรษฐกิจมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นแต่รายรับเท่าเดิมเนี่ยนะใครจะไปนอนหลับ  เพราะมัวแต่เอามือก่ายหน้าผากหาทางปลดหนี้ที่มีอยู่พะรุงพะรังกันน่ะซี งั้นก็เร่งทำงานหาเงินมาปลดหนี้กันดีฝ่า

กินไข่ แค่ไหนถึงจะพอดี

Feb 06

ไข่ฟองกลมๆ จะช่วยรักษารูปร่างคุณให้ดี หรือส่งผลร้ายต่อสุขภาพของคุณกันแน่ เรามีคําตอบมาให้แล้ว

การไม่ทานไข่ อาจส่งผลเสียต่อเส้นประสาทสมองได้ ไข่ฟองเล็กๆ หนึ่งฟอง มีปริมาณวิตามินบี 12 ซึ่งจําเป็นต่อการสร้างเยื่อหุ้มป้องกันเส้นใยประสาท

นอกจากนี้ไข่ยังดีต่อสายตาคุณ โดยเมื่อไม่นานมานี้มีผลการศึกษาจากอเมริกาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Nutrition ได้ค้นพบว่า การทานไข่อย่างน้อย 3 ฟองต่อสัปดาห์ จะช่วยป้องกันภาวะสูญเสียสายตาที่มักเกิดขึ้นเมื่ออายุเพิ่มขึ้นได้ เพราะสารลูทีนและซีแซนทีน ซึ่งเป็นสารรงควัตถุในตระกูลแคโรทีนอยด์ในไข่แดงจะช่วยบํารุงจอประสาทตานั่นเอง

“ไข่เจียว” ถือเป็นยาบํารุงร่างกายได้เลย เพราะนอกจากไข่จะช่วยให้ร่างกายคุณดูดซึมแคลเซียมได้ดีแล้ว ยังช่วยลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุน แถมปริมาณสารซีลีเนียมและวิตามินอีในไข่ยังช่วยป้องกันโรคหัวใจ ทั้งยังช่วยป้องกันไม่ให้คุณมีหุ่นกลมเป็นไข่อีกด้วย

ผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยหลุยส์เซียนาสเตท พบว่า คนที่ทานมื้อเช้าโดยมีไข่เป็นส่วนประกอบ จะลดน้ำหนักได้มากกว่าคนที่ไม่ทานไข่ในมื้อเช้าได้ถึง 65 เปอร์เซ็นต์ เมื่อบริโภคแคลอรี่ในปริมาณที่เท่ากัน

ตามรายงานที่ตีพิมพ์ในวารสาร American Journal of Clinical Nutrution ไข่ที่ให้ผลดีต่อร่างกาย อาจส่งผลร้าย ได้เหมือนกัน ถ้าคุณทานมากกว่า 1 ฟองต่อวัน ติดกันทุกวัน แต่ขณะที่การทานไข่สูงสุด 6 ฟองต่อสัปดาห์ไม่ได้ ทําให้มีอันตรายถึงชีวิต

ในทางตรงกันข้ามการทานไข่  7 ฟองหรือมากกว่านั้นภายใน 1 สัปดาห์ จะไปเพิ่มปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ 23 เปอร์เซ็นต์

ศาสตร์การนวดน้ำมันลังกาสุกะ

Feb 06

การนวดน้ำมันลังกาสุกะเกิดขึ้นจากการรวบรวมองค์ความรู้จากหมอพื้นบ้านใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาผสมเข้ากับการนวดแผนไทยตำรับราชสำนักเข้าด้วยกัน ในอดีตการนวดในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้จะมีแค่เฉพาะการนวดผู้หญิงหลังคลอดโดยโต๊ะบีแด (หมอตำแย) และนวดเพื่อแก้ปวดเมื่อยสำหรับผู้ชายเท่านั้น เมื่อเป็นการนวดผสมผสานหลายศาสตร์การนวดน้ำมันลังกาสุกะจึงมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร

ความพิเศษของการนวดน้ำมันลังกาสุกะ คือ สูตรน้ำมันนวดลังกาสุกะ

สูตรการทำน้ำมันลังกาสุกะนั้นได้มาจากการคัดเลือกสมุนไพรที่ดีที่สุดของโต๊ะบีแดถึง 15 คน และต้องนำมาต้มกับน้ำมันงาหรือน้ำมันถั่วเหลือง และผสมกับน้ำมันฮาบาตุสเซาดะห์หรือน้ำมันยี่หร่าดำที่ชาวมุสลิมเชื่อว่าสามารถรักษาโรคได้ทุกชนิด

ประโยชน์ของการนวดน้ำมันลังกาสุกะ

การนวดด้วยการใช้น้ำมันจะมีข้อดีตรงที่ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและผิวหนังชุ่มชื้น ซึ่งการจะทำให้น้ำมันซึมเข้าผิวหนังได้ดีต้องทำควบคู่กับการประคบร้อนด้วยก้อนหินเพื่อกระตุ้นระบบการไหลเวียนของเลือด ผ่อนคลายเส้นเอ็นและเนื้อเยื่อพังผืดต่างๆ

เคล็ดลับการนวดคลายเครียดแบบลังกาสุกะ

การนวดน้ำมันลังกาสุกะนั้นไม่มีข้อห้ามใดๆ สามารถนวดได้ทุกเพศทุกวัย แต่เพื่อให้ได้ผลดียิ่งขึ้นการนวดน้ำมันลังกาสุกะจะเหมาะกับคนในกลุ่มต่อไปนี้ คือ ผู้ที่มีปัญหาปวดหัวเข่าโดยเฉพาะผู้สูงอายุและหญิงวัยหมดประจำเดือนที่มีปัญหาเข่าเสื่อม หมอนวดก็จะใช้น้ำมันนวดบริเวณหัวเข่าและประคบร้อนด้วยก้อนหินเพื่อให้กล้ามเนื้อซึมซับตัวยาได้ดียิ่งขึ้น

นอนกรน เสี่ยงโรคหัวใจ

Feb 06

การนอนกรนนั้นเป็นมากกว่าสาเหตุขัดขวางการนอนหลับในเวลากลางคืน แต่ยังอาจจะมีส่วนไปกระตุ้นให้ความดันโลหิตสูง ซึ่งนำไปสู่การเป็นโรคหัวใจ และโรคเส้นเลือดในสมองแตกได้ด้วย

นักวิจัยของมหาวิทยาลัยเซมเมลไวส์ ที่บูดาเปสต์ ในฮังการี ทำการศึกษาพบว่าการนอนกรนเสียงดังพร้อมกับหยุดหายใจเป็นพักๆ นั้น มีส่วนเกี่ยวพันกับปัจจัยเสี่ยงในการเป็นโรคเกี่ยวกับระบบหลอดเลือดหัวใจเพิ่มขึ้น

วารสาร “สลีป” รายงานการวิจัยว่า จากการสัมภาษณ์ชาวฮังการี 12,643 คน นักวิจัยพบว่าคนที่นอนกรนเสียงดังมีปัจจัยเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจวายเพิ่มขึ้น 34 เปอร์เซ็นต์ และมีโอกาสเป็นโรคเส้นเลือดในสมองแตกเพิ่มขึ้น 67 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับคนที่ไม่นอนกรน พร้อมกันนี้ยังได้คำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ อย่างเช่น อายุ เพศ ดรรชนีมวลกาย โรคเบาหวาน ระดับการศึกษา การสูบบุหรี่ และการดื่มสุรา มาร่วมพิจารณาด้วย

อย่างไรก็ตาม ในรายที่มีการกรนเบาๆ นั้น พบว่ามีเพียงส่วนเกี่ยวข้องกับการเป็น โรคความดันโลหิตสูงในกลุ่มผู้หญิง ส่วนการกรนเสียงดังนั้นจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับ การไปใช้บริการด้านสาธารณสุขเพิ่มขึ้น อย่างเช่น ถูกนำส่งเข้าห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาล เป็นต้น

การศึกษาครั้งนี้ยังพบว่าการกรนเป็นประจำนั้น พบได้ในกลุ่มผู้หญิง 24 เปอร์เซ็นต์ และ 40 เปอร์เซ็นต์ ในกลุ่มผู้ชาย ทั้งชายและหญิงมีแนวโน้มจะกรนมากขึ้นเมื่อแก่ตัวลง

น้ำดื่มฟลูออไรด์ดีจริงหรือ

Jan 10

เรื่องของปากและฟันเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ยิ่งปัจจุบันที่มีสารพัดขนมหวานในหลากหลายรูปแบบถูกส่งออกมาให้ผู้บริโภคได้ลิ้มลอง ซึ่งนอกจากจะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นแล้ว เจ้าขนมหวานยังเป็นโจทย์ตัวสำคัญที่จะสร้างความเสียหายให้กับสุขภาพในช่องปากที่หลายคนมักมองข้าม

แม้จะมากด้วยข้าวของยั่วแบคทีเรีย แต่ในปัจจุบันก็มีผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับทันตกรรมเข้ามาช่วยทุ่นความหนักใจให้กับเรื่องของช่องปากอย่าง ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก และที่กำลังฮอตแบบสุดๆ คงเป็นน้ำดื่มที่มีสารฟลูออไรด์ผสมลงไปด้วย ซึ่งก็ทำให้หลายคนสนใจว่าจะเกิดผลดีหรือผลเสียต่อร่างกายอย่างไรบ้างหากอยากรักษาสุขภาพฟันด้วยน้ำดื่มดังกล่าว
รู้จักกับฟลูออไรด์

ฟลูออไรด์ เป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่งที่ใช้ป้องกันโรคฟันผุ สามารถใช้ได้ 2 วิธี คือ

1. ฟลูออไรด์ที่ใช้ในระบบทั่วร่างกาย คือ การเติมฟลูออไรด์ลงในน้ำหรืออาหารเพื่อให้เด็ก รับประทาน เพื่อมุ่งหวังผลให้
ฟลูออไรด์เข้าไปอยู่ในฟันในขณะที่ฟันกำลังมีการเจริญเติบ โต ซึ่งสามารถทำได้โดยการเติมฟลูออไรด์ลงในน้ำดื่ม ในนม
เสริมในรูปของยาฟลูออไรด์ ในอาหาร เช่น ใบชา อาหารทะเล (ปลาแห้ง กุ้งแห้ง) เนื้อสัตว์ ผัก ในน้ำบาดาล ในอากาศ
ในบริเวณที่มีโรงงานถลุงเหล็ก อลูมิเนียม ตะกั่ว ทองแดงจะมีฟลูออไรด์ในอากาศสูง
2. ฟลูออไรด์เฉพาะที่ คือ การใช้ฟลูออไรด์สัมผัสกับฟันโดยตรง ซึ่งสามารถทำได้โดยการ แปรงฟันด้วยยาสีฟันฟลูออไรด์ การใช้ยาบ้วนปากฟลูออไรด์ การเคลือบฟลูออไรด์โดยทันตแพทย์ การขัดฟันด้วยสารฟลูออไรด์ การที่ยาฟลูออไรด์สัมผัสกับฟันก่อน

ฟลูออไรด์จำเป็นต่อวัยใด

การใช้ฟลูออไรด์เสริมในรูปของยาฟลูออไรด์ จะเริ่มใช้ต้องแต่เด็กอายุ 6 เดือน – 16 ปี เนื่องจากยังมีการสร้างของหน่อฟันน้ำนมและหน่อฟันแท้ ซึ่งขนาดของฟลูออไรด์เสริมที่ใช้ขึ้นกับปริมาณของฟลูออไรด์ในน้ำดื่ม และอายุของเด็ก ส่วนฟลูออไรด์ที่ใช้ในระบบเฉพาะที่ ได้แก่

-ยาสีฟันฟลูออไรด์ ใช้ ได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ สำหรับในเด็กอายุน้อยกว่า 6 ปี ควรใช้ยาสี ฟันในขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียว เนื่องจากเด็กยังไม่สามารถควบคุมการกลืนได้ดี ถ้าใช้ในปริมาณยาสีฟันมากเกินไป เด็กอาจจะกลืนยาสีฟันลงไปทำให้เกิดอันตรายได้ ส่วนในผู้ใหญ่ก็บีบยาสีฟันยาวประมาณ 1 นิ้ว
-ยาบ้วนปากฟลูออไรด์ นิยมใช้ในเด็กตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป ในผู้ใหญ่ที่มีฟันผุลุกลาม รวมถึง คนที่มีโอกาสเสี่ยงจะเกิดฟันผุได้ง่าย เช่น คนที่ได้รับการฉายแสงรักษาโรคบริเวณใบหน้า ลำคอเพราะน้ำลายจะน้อย ฟันผุบริเวณรากฟัน ใส่เครื่องมือจัดฟัน
-การเคลือบฟลูออไรด์โดยทันตแพทย์ ไม่ มีข้อกำหนดว่าควรเคลือบฟลูออไรด์และหยุด เคลือบฟลูออไรด์เมื่อใด แต่ไม่แนะนำให้เคลือบฟลูออไรด์ในเด็กอายุน้อยกว่า 3 ปี เนื่องจากมีโอกาสกลืนฟลูออไรด์สูงมาก

ดื่มฟลูออไรด์

ทั้งนี้ สารฟลูออไรด์เป็นสารที่มีทั้งประโยชน์และโทษต่อร่างกาย โดยสารฟลูออไรด์สามารถช่วยป้องกันฟันผุ จึงนิยมนำมาใช้ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก และในน้ำดื่ม ซึ่งในประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้มี
ปริมาณฟลูออไรด์ในน้ำดื่มไม่เกิน 1.5 มิลลิกรัมต่อลิตร ตามที่องค์การอนามัยโลกระบุไว้ การได้รับฟลูออไรด์ในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยป้องกันฟันผุ โดยฟลูออไรด์จะเร่งให้เกิดการสะสมกลับของแร่ธาตุที่ผิวฟัน เป็นการยับยั้งการเกิดฟันผุ และยังช่วยลดปริมาณและความรุนแรงของเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดฟันผุ อีกทั้งยังช่วยรักษาโรคกระดูกบางชนิดได้ และถ้าหากได้รับตั้งแต่เด็กในช่วงที่มีการสร้างฟันตั้งแต่ที่ฟันยังไม่ขึ้น จะเป็นผลดีต่อสุขภาพฟันคือ จะช่วยให้ผิวเคลือบฟันแข็งแรง ไม่ผุง่าย แต่ถ้าได้รับมากไปอาจเกิดโทษต่อร่างกายได้ คือ ถ้าเกิดในลักษณะเฉียบพลันจะทำให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย หรือถ้ามีการสะสมในร่างกายมาเป็นเวลานานอาจทำให้ฟันมีตกกระ และเกิดผลข้างเคียงกับโครงสร้างของกระดูกและฟัน โดยอาจมีอาการตัวโก่งงอ เจ็บปวดตามข้อ เคลื่อนไหวลำบาก หรืออาจถึงพิการได้

รู้ประโยชน์และโทษของน้ำดื่มผสมฟลูออไรด์กันไปแล้ว งานนี้ ก่อนที่จะเลือกซื้อมาบริโภคก็อย่าลืมตรวจสอบวิธีการใช้อย่างละเอียด เพียงเท่านี้ คุณก็เป็นผู้หนึ่งที่มีสุขภาพในช่องปากที่ดีได้

เครื่องดื่มยามเช้า ดีต่อสุขภาพ

Jan 09

 

ตื่นเช้า เริ่มกิจกรรมวันใหม่ ให้สดใสกว่าเดิม หลายคนอยากหาเครื่องดื่มดี ๆ ที่ส่งเสริมสุขภาพในตอนเช้า ให้มีพลัง เรามีมาแนะนำค่ะ..

นมถั่วเหลือง
ปัจจุบันนมถั่วเหลืองหาซื้อได้ง่าย และเหมาะสำหรับคนที่รักสุขภาพ เพราะนมถั่วเหลืองเป็นเครื่งดื่มที่ให้โปรตีนที่มีคุณสมบัติเหมือนโปรตีนจากเนื้อสัตว์

กาแฟ
กาแฟเป็นเครื่องดื่มยามเช้าของคนทำงาน เพราะกาแฟช่วยกระตุ้นความสดชื่นและความกระปี้กระเปร่าก่อนลงมือทำงาน นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี มะเร็งลำไส้ใหญ่ ลดอาการหอบในผู้ที่เป็นโรคหอบหืด และเป็นผลดีต่อนักกีฬาในการเพิ่มความทนทานและความอึดในกีฬาที่ต้องใช้เวลานาน

 

น้ำมะนาว
ลองหาน้ำมะนาวมาดื่มตอนเช้า เพราะในน้ำมะนาวจะมีกรดซิตริก มีวิตามินซีที่นอกจากจะช่วยขับเสมหะ แก้อาการเจ็บคอแล้วยังช่วยให้ร่างกายสดชื่น แถมกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเปลือกที่โดนคั้นยังช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้ดีอีกด้วย

น้ำผักหรือน้ำผลไม้
เป็นเครื่องดื่มที่อุดมไปด้วยวิตามินหลายชนิด โดยเฉพาะวิตามินซี วิตามินเอ โฟลิคแอซิด และแร่ธาตุ เช่น โซเดียม โปแตสเซียม สังกะสี นอกจากนั้นในน้ำผักและน้ำผลไม้ยังมีส่วนผสมของน้ำตาลโดยธรรมชาติ ซึ่งสามารถให้พลังงานแก่ร่างกาย ช่วยให้เราหายเหนื่อย หายเพลีย ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น

น้ำหวาน
คนที่นอนดึกส่วนใหญ่ยามเช้าของคุณจะมีอาการปวดหัว มึนศีรษะ เกิดอาการเครียดทางประสาท ซึ่งอาจเป็นเพราะร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ ควรรับประทานอาหารเช้าที่มีแป้งและน้ำตาลซึ่งจะสามารถช่วยได้ โดยเฉพาะน้ำตาลนั้นจะถูกดูดซึมได้ดีและง่าย ดังนั้นน้ำหวานจะทำให้จิตใจสงบ คลายอาการเครียดและมึนงงได้อย่างดี
น้ำขิง
สำหรับคนที่มีอาการเมาค้าง คลื่นไส้ อยากอาเจียน ก็ขอแนะนำน้ำขิงร้อน ๆ สักแก้ว เพราะในขิงมีสารเคมีชนิดหนึ่งที่เรียกว่า จินเจอรอล (Gigerol) ที่เป็นสารเคมีประเภทน้ำมันหอมระเหยที่ให้รสและกลิ่นพิเศษไม่เหมือนใคร จัดอยู่ในกลุ่มแอลกอฮอล์ที่ไม่ทำให้เรารู้สึกมึนเมา แถมยังแก้อาการเมาได้ดี การทำน้ำขิงให้อร่อยนั้น ควรบุบหัวขิงที่ไม่แก่จัดจนเกินไป ต้มด้วยน้ำร้อนพอเดือด อย่าต้มนานเกินไป เพราะขิงจะเสียรสและกลิ่นไปได้

เริ่มด้วยสิ่งดีๆ ต่อสุขภาพของคุณ สดชื่นไปได้ทั้งวันเลย

เคล็ดลับเติมความสดใส

Jan 06

ใครๆ ก็รู้ว่าความเครียดคือศัตรูร้ายของความงาม ฉะนั้นก็อย่าลืมเติมความสดใสทั้งทางร่างกายและจิตใจด้วยเคล็ดลับของเรานี้

ช็อกโกแลตบำบัด : ผู้เชี่ยวชาญบอกว่ากลิ่นช็อกโกแลตจะช่วยปลดปล่อยสารเซราโทนินในสมองออกมา และทำหน้าที่ต่อต้านความหดหู่ให้เราได้ กลิ่นช็อกโกแลตจึงเป็นกลิ่นที่ช่วยให้คุณมีความสุขได้ ฉะนั้นก็เลือกน้ำหอม โลชั่น หรือแม้ลิปกลอสที่มีกลิ่นช็อกโกแลตมาใช้ซะ

เข้าสปา : ไม่มีอะไรจะทำให้เรามีความสุขและรู้สึกผ่อนคลายได้ดีเท่ากับการเดินเข้าสปาอีกแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่คุณรู้สึกเบื่อหนายหรือเศร้าซึม การเอนตัวนอนแล้วปล่อยให้คนอื่นปรนเปรอความงามให้นั้น จะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้อย่างมาก

ทาปากแดง : ลิปสติกสีแดงจะช่วยให้นึกถึงงานปาร์ตี้หรือการออกไปเริงรื่นยามกลางคืน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นความทรงจำถึงช่วงเวลาแห่งความสนุกสนานได้ แถมลิปสติกสีนี้ยังทำให้ผู้หญิงดูเซ็กซี่ขึ้นด้วย

เพิ่มความเปล่งปลั่ง : เวลาที่เรามีความกังวล ร่างกายจะส่งเลือดไปเลี้ยงผิวหนังได้น้อยลง ส่งผลให้ผิวของเราดูไม่มีชีวิตชีวา วิธีแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วคือการขัดลอกเซลล์ผิวแห้งๆ ออกไป ฉะนั้นก็หาผลิตภัณฑ์ขัดผิวดีๆ มาใช้ทั้งกับผิวหน้าและผิวกายซะ

มาฉลาดเลือกกินน้ำมันกันเถอะ

Jan 02

oil_.jpg

ในหนึ่งวันที่ยุ่งเหยิง เวลาที่จะหันมาสนใจดูแลตัวเอง ก็แทบจะไม่มีอยู่แล้ว ทั้งเรื่องงาน เรื่องลูก แต่ดิฉันอยากบอกว่าไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ เพราะหากเลือกใช้น้ำมันในการปรุงอาหารหรือรับประทานเสริมก็มีส่วนช่วยในการดูแลสุขภาพให้หายยุ่งเหยิงทั้งยังช่วยบำบัดโรคได้อีกด้วยนะคะ

[color=rgb(184, 255, 186)]น้ำมันปรุงอาหารชั้นดี

ลองเดินโฉบไปดูในครัวสิคะ รับรองว่าต้องมีน้ำมันพืชตั้งอยู่สักขวดสองขวดเป็นแน่ เพราะเราเป็นประเทศนิยมทำอาหารค่ะ และในปัจจุบันน้ำมันใช้ประกอบอาหารก็มีให้เลือกหลากหลายชนิดและก็มีคุณประโยชน์แตกต่างกัน แต่ดิฉันจะขอไม่พูดถึงน้ำมันปาล์มและน้ำมันมะพร้าวนะคะ เพราะว่าน้ำมันสองชนิดนี้มีกรดไขมันอิ่มตัวอยู่มาก ซึ่งจะเกิดโทษต่อร่างกายมากกว่าเกิดประโยชน์

[color=rgb(255, 0, 255)]น้ำมันรำข้าว

เป็นน้ำมันที่ได้จากกระบวนการพิเศษในการสกัดเอาสารอาหารสำคัญที่มีประโยชน์นานาชนิด ซึ่งมีอยู่ในเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวและจมูกข้าว จึงอุดแล้วสารอาหารสำคัญทางธรรมชาติ และมีคุณค่าสูงต่อร่างกายหลายชนิด

สารอาหาร

กลุ่มกรดไขมันโอเมก้า 6 และโอเมก้า 3

กลุ่มวิตามิน B-Complex

กลุ่มแกมมา-ออไรซานอล

ประโยชน์

ต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าวิตามินอีถึง 6 เท่า

ลดอัตราการเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจได้

ช่วย Working Mom ในการลดความเครียด และรักษาความผิดปกติของสตรีวัยทอง

[color=rgb(255, 0, 255)]น้ำมันถั่วเหลือง

ผลิตจากเมล็ดถั่วเหลือง เป็นน้ำมันพืชที่นิยมใช้มากที่สุด เหมาะสำหรับการทำอาหารแทบทุกประเภท เพราะมีรสเป็นกลาง ที่ดีควรเลือกที่ “ไม่ใส่สารกันหืน”

สารอาหาร

วิตามินเอ

วิตามินอี

กรดไขมันโอเมก้า-3

ประโยชน์

มีความสำคัญต่อเซลล์สมองและเซลล์ประสาท

ควบคุมระดับฮอร์โมนเพศหญิง

[color=rgb(255, 0, 255)]น้ำมันมะกอก

ได้จากการบีบด้วยแรงดันต่ำ ผลมะกอกมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวมากที่สุด มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายด้าน เป็นน้ำมันที่มีหลายเกรด และแต่ละเกรดก็สามารถนำไปประกอบอาหารได้ดีแตกต่างกันไป เช่น Extra Virgin สีค่อนข้างเขียว กลิ่นแรง และ Pure Olives Oil, Refined Olives Oil จะมีกลิ่นอ่อนกว่า สีจางกว่า

สารอาหาร

วิตามินเอ

เบต้าแคโรทีน

สารต้านอนุมูลอิสระ

ประโยชน์

ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว

ช่วยให้ระบบการทำงานของส่วนต่าง ๆ ในร่างกายดีขึ้น

ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุ และแคลเซียมได้ดียิ่งขึ้น

ต้านอนุมูลอิสระ




น้ำมันดอกทานตะวัน

ได้จากการบีบอัดเมล็ดทานตะวันเป็นน้ำมันที่มีเนื้อบางเบาและไร้กลิ่น เหมาะทำสลัดและการผัด แต่ไม่เหมาะสำหรับการทอด

สารอาหาร

กรดไลโนเลอิก

กรดไขมัน CLA

ประโยชน์

ป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด

ต้านอนุมูลอิสระ

ป้องกันการเป็นหมัน การแท้ง

ช่วยในการเผาผลาญไขมันสะสม

น้ำมันข้าวโพด

ได้จากการบีบเอ็มบริโอของข้าวโพด หรือสกัดน้ำมันด้วยตัวทำละลาย จะเริ่มมีกลิ่นของข้าวโพดเล็กน้อยเมื่อได้รับความร้อน เหมาะกับการทอดที่ใช้น้ำมันมากเพราะทนความร้อนสูงที่สุด

สารอาหาร

วิตามินอี

กรดไลโนเลอิก

แกรมม่า-โทโคฟิรอล

ประโยชน์

ลดการเกิดโรคหัวใจโคโรนารี

น้ำมันงา

ได้จากการกรองเมล็ดงาบด หรือสกัดโดยใช้การบีบอัดร่วมกับตัวทำละลาย 1 ชนิด ได้แก่ น้ำมันงาที่มีสีเขียวอมเหลือง นิยมใส่เพื่อลดกลิ่นคาวในปลาหรืออาหารทะเลที่จะนำไปต้มหรือลวกได้ดี เพราะทนความร้อนแทบไม่ได้เลย

สารอาหาร

กรดไขมันไลโนเลอิก

ประโยชน์

ลดความดันโลหิต

ชะลอความแก่

ลดการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง

น้ำมันคาโนล่า

ได้จากการสกัดเมล็ดคาโนล่าหรือเมล็ดเรพเป็นน้ำมันที่มีไขมันอิ่มตัวต่ำที่สุดในบรรดาน้ำมันทั้งหลาย และมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวมากเป็นอันดับสอง รองจากน้ำมันมะกอกสามารถทำอาหารได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะทอด ผัด หรือทำน้ำสลัด

สารอาหาร

กรดไขมันโอลิอิก

Omega 3 และ Omega 6

ประโยชน์

ลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือด

น้ำมันเมล็ดฝ้าย

สกัดจากเมล็ดฝ้ายหลังจากที่แยกเอาเส้นใยออกไปแล้ว น้ำมันเมล็ดฝ้ายใช้เป็นน้ำมันปรุงอาหาร

สารอาหาร

วิตามินอี

กรดไขมันโอลิอิก

ประโยชน์

ช่วยต้านอนุมูลอิสระ

ชะลอการเสื่อมของเซลล์

น้ำมันดอกคำฝอย

สกัดจากเมล็ดคำฝอย ลักษณะคล้ายกับเมล็ดทานตะวัน ได้รับความนิยมในผู้ที่บริโภคอาหารมังสวิรัติและอาหารเพื่อสุขภาพ

สารอาหาร

กรดไลโนเลอิก

เบต้าแคโรทีน

ประโยชน์

ลดเอนไซม์ที่ใช้ในการสังเคราะห์กรดไขมัน




น้ำมันเสริมเพิ่มสุขภาพ

นอกจากน้ำมันที่นำมาใช้ในการประกอบอาหารแล้ว ในปัจจุบันนี้ยังมีการสกัดน้ำมันชนิดต่าง ๆ ให้อยู่ในรูปของแคปซูล เพื่อความสะดวกในการรับประทานเป็นอาหารเสริมเพื่อทดแทนในมื้อต่าง ๆ ที่คุณอาจจะไม่ได้ปรุงอาหารเองค่ะ


น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส สกัดจากฝักของดอกอีฟนิ่งพริมโรส

สารอาหาร

กรดไลโนเลอิก

กรดแกมมาไลโนเลอิก

ประโยชน์

เหมาะกับคุณผู้หญิงเชียวค่ะ เพราะช่วยลดอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนและหลังประจำเดือน


น้ำมันปลา สกัดจากเนื้อปลา หนัง หัว และหาง ของปลาทะเลน้ำลึก

สารอาหาร

โอเมก้า 3, โอเมก้า 6

EPA

DHA

ประโยชน์

ช่วยลดระดับของไตรกลีเซอไรด์ในเลือด

ช่วยเสริมพัมนาการจอตาและสมองของเบบี๋ได้


น้ำมันตับปลา สกัดจากตับของปลาทะเล

สารอาหาร

วิตามินเอ

วิตามินดี

ประโยชน์

ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมรวมทั้งฟอสฟอรัส

สำหรับเด็กเมื่อให้รับประทานจะช่วยในการเจริญเติบโต

อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงในการเลือกซื้อน้ำมันที่ใช้ในครัวนั้น ควรดูในเรื่องของจุดเกิดควัน (Smoking Point) ของน้ำมันด้วยค่ะ เพราะหากถูกทำให้ร้อนเกินกว่าจุดเดือด น้ำมันจะเป็นพิษ (Toxin) และมีอันตรายต่อร่างกายได้

ชนิดของน้ำมัน

กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว

กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน

จุดเดือดเป็นควัน (องศาเซลเซียส)

น้ำมันมะกอก

77

9

161

น้ำมันคาโนล่า

61

36

204

น้ำมันรำข้าว

45

37

250

น้ำมันข้าวโพด

20

62

231

น้ำมันถั่วเหลือง

23

60

231

น้ำมันเมล็ดฝ้าย

22

27

230

น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน

21

67

232


แม้น้ำมันทุกชนิดที่กล่าวข้างต้นล้วนมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่การบริโภคในปริมาณที่พอดีก็เป็นเรื่องที่สำคัญ ไม่แพ้กัน ยิ่งน้ำมันที่สกัดเป็นแคปซูลด้วยแล้ว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานจะดีกว่าค่ะ

ทานไส้กรอกวันละชิ้น เสี่ยงโรคหัวใจ

Dec 11

การทานอาหารที่ ผ่านกระบวนการแปรรูป อย่างเช่นไส้กรอก มีความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ ในขณะที่เนื้อแดงจะไม่เป็นอันตรายเท่าอาหารดังกล่าว

ทีมวิจัยของมหา วิทยาลัยฮาวาร์ด ได้มีการวิจัยผู้คนกว่าหนึ่งล้านคนที่ ทานอาหารที่แปรรูปแม้เพียงห้าสิบกรัมต่อวัน ก็เสี่ยงเป็นโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นเช่นกัน

แต่การทานเนื้อสัตว์ไม่แปร รูป ไม่มีความเสี่ยงแม้จะทานเป็นสองเท่า เช่น เนื้อ เนื้อแกะ และเนื้อหมู เป็นต้น แม้ว่าอาหารทั้งสองรูปแบบจะมีไขมันในปริมาณที่ใกล้เคียงกันก็ตาม ความเสี่ยงต่างๆอาจจะเกิดจากปริมาณเกลือและสารกันเสียที่เพิ่มเข้าไปใน กระบวนการ เช่น การรมควัน การหมัก นอกจากนี้ยังรวมไปถึงกระบวนการผลิตเบคอน ไส้กรอก ซาลามี

เกลือสามารถทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นในบางคน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในความเสี่ยงของโรคหัวใจhttp://www.pooyingnaka.com

ส่วน ปัจจัยอื่นๆ เช่นการใช้ชีวิตในประจำวัน ก็อาจจะมีส่วนในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งหากเราต้องการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพและลดความเสี่ยงดังกล่าวแล้ว ควรปรุงอาหารด้วยวิธีอบ หรือย่าง และลดการใช้เกลือ โดยหันไปปรุงรสด้วยการเติมสมุนไพรสด เครื่องเทศต่างๆและพริก แทน

น้ำยาบ้วนปากดีต่อสุขภาพปากแค่ไหน?

Dec 08

ทันตแพทย์ชื่อดัง แนะวิธีดูแลสุขภาพในช่องปากที่ถูกต้อง ชี้น้ำยาบ้วนปากช่วยควบคุมคราบจุลินทรีย์อย่างสมบรูณ์ขึ้น ระบุต้องแปรงฟันด้วยยาสีฟันที่มีส่วนผสมฟลูออไรด์นานกว่า 2 นาที จึงจะป้องกันฟันผุได้ ขณะที่ผลวิจัยชี้คนส่วนใหญ่แปรงฟันแค่ 46 วินาที

ทพ.ญ. อรุณี อุ่นสุข ที่ปรึกษาด้านวิชาการ ไพเซอร์ คอนซูเมอร์ เฮลท์แคร์ กล่าวว่า โรคในช่องปากที่สำคัญ ได้แก่ เหงือกอักเสบ และฟันผุ สาเหตุเกิดจากการสะสมของคราบจุลินทรีย์ หรือปัจจุบันเรียกว่า ไบโอฟิลม์ ซึ่งการแปรงฟัน และการใช้ไหมขัดฟัน อาจไม่เพียงพอ การใช้น้ำยาบ้วนปากเป็นวิธีหนึ่ง ที่ช่วยให้การควบคุมคราบจุลินทรีย์สมบูรณ์ขึ้น

“การแปรงฟันอย่างถูกวิธี และการใช้ไหมขัดฟัน เพื่อทำความสะอาดบริเวณซอกฟัน ซึ่งเป็นที่สะสมคราบจุลินทรีย์เป็นประจำทุกวัน เป็นวิธีการกำจัดคราบจุลินทรีย์โดยวิธีการขัดถู ซึ่งการแปรงฟันโดยการใช้ยาสีฟัน ที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์นานกว่า 2 นาที จะช่วยป้องกันโรคฟันผุได้”

ทพ.ญ.อรุณี กล่าวด้วยว่า จากการศึกษาวิจัยพบว่า คนส่วนใหญ่ใช้เวลาแปรงฟันโดยเฉลี่ยแค่ 46 วินาที และมักจะไม่ใช้ไหมขัดฟัน จึงทำให้การดูแลอนามัยช่องปากไม่สมบูรณ์เต็มที่ ดังนั้น นอกจากการทำความสะอาดด้วยการแปรงฟันอย่างถูกวิธี และฝึกการใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดบริเวณซอกฟันแล้ว การใช้น้ำยาบ้วนปากจะช่วยให้การดูแลสุขภาพปากและฟันได้ผลดียิ่งขึ้น

“น้ำยาบ้วนปากสามารถซอกซอนทำความสะอาดซอกฟัน และพื้นที่ที่การแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันเข้าไปไม่ถึง เพื่อช่วยลดเชื้อแบคทีเรีย สาเหตุของฟันผุ เหงือกอักเสบและกลิ่นปาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคในช่องปาก”

ปัจจุบัน มีน้ำยาบ้วนปากหลายชนิด น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ มีประสิทธิภาพในการควบคุมฟันตามหลักวิชาการ ต้องผ่านมาตรฐานของหน่วยงานราชการก่อนวางจำหน่าย ในขณะที่น้ำยาบ้วนปากที่ไม่มีองค์ประกอบของฟลูออไรด์ สามารถวางจำหน่ายได้ง่ายกว่า ผู้ป่วยหรือผู้บริโภค มักมีคำถามเมื่อต้องการใช้น้ำยาบ้วนปากว่า ควรเลือกอย่างไร?

กับเรื่องดังกล่าว ทพ.ญ.อรุณี แนะนำว่า การเลือกใช้ง่ายที่สุด คือ เลือกใช้น้ำยาบ้วนปากที่ได้รับการรับรองถึงประสิทธิภาพ และความปลอดภัยจากสมาคมทันตแพทย์ชั้นนำ ซึ่งน้ำยาบ้วนปากที่วางจำหน่ายทั่วไปในตลาดเมืองไทย ไม่รวมถึงที่ทันตแพทย์เป็นผู้สั่งจ่าย ปัจจุบันมีเพียงชนิดที่มีองค์ประกอบของน้ำมันจากสารสกัดธรรมชาติ 4 ชนิด ได้แก่ ไทมอล, ยูคาลิปตอล, เมนทอล และ เมธิล ซาลิไซเลต เท่านั้นที่ได้รับการรับรองจากสมาคมทันตแพทย์อเมริกา และสมาคมทันตแพทย์ชั้นนำในหลายประเทศว่า มีประสิทธิภาพในการควบคุมคราบจุลินทรีย์ และปลอดภัยต่อการใช้ในระยะยาว

“ปัจจุบันยังไม่มีรายงานการศึกษาใดๆ ที่พบว่าการใช้น้ำยาบ้วนปาก จะทำให้เกิดการเสียสมดุลของเชื้อแบคทีเรียในช่องปาก นอกจากนี้ การเลือกใช้น้ำยาบ้วนปากที่ได้รับการรับรองเรื่องประสิทธิภาพ และความปลอดภัยจากสมาคมทันตแพทย์ชั้นนำ น่าจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับผู้บริโภค

เราไม่ควรเน้นเพียงแต่เรื่องรสชาติ เพราะหากน้ำยาบ้วนปากนั้น ๆ ไม่ได้มีการวิจัยพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพ และความปลอดภัยตามหลักมาตรฐานสากลยาวนานเพียงพอแล้ว อาจทำให้ผู้บริโภคไม่ได้รับประโยชน์ด้านการเสริมอนามัยช่องปาก และอาจมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยจากการใช้อีกด้วย” ทพ.ญ.อรุณี ทิ้งท้าย